การดูแลรักษาเครื่องยน ตอนที่ 2

 
ก่อนที่จะพูดกันถึงในราย ละเอียดอื่น ๆ เราจะต้องมาทำความรู้จักกับเครื่องยนต์ของเราเสียก่อน เครื่องยนต์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันหากแบ่งตามชนิดของการใช้น้ำมันเชื้อ เพลิงแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

รถยนต์เบนซิน


รถยนต์ เบนซินเป็นรถที่มีค่อนข้างมากในบ้านเรา เพราะด้วยความแรงและการออกตัวที่ฉับไวทันอกทันใจทำให้ครองใจใครหลาย ๆ คนจึงทำให้เลือกใช้รถประเภทนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งรถยนต์เบนซินเป็นรถยนต์ที่ต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินทั้งธรรมดา และเบนซินซุปเปอร์ ในปัจจุบันเราจะเรียกเป็นค่าอ๊อกเทน 91,95 และ 97 รถแต่ละรุ่นจะระบุอยู่ในคู่มือรถยนต์ว่าควรจะเติมน้ำมันค่าอ๊อกเทนเท่าไหร่ มีบางคนอาจจะเข้าใจว่าการเติมน้ำมันค่าอ๊อกเทนที่สูงกว่าที่ระบุในคู่มือจะ ทำให้รถแรง หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นอันที่จริงแล้วมันไม่มีผลเท่าไหร่ อีกทั้งยังจะทำให้คุณเปลืองสตางค์ในกระเป๋ามากขึ้น ส่วนใหญ่รถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินนั้นจะเป็นรถเก๋งหรือรถบรรทุกเล็ก อาจจะมีรถตู้บ้างเล็กน้อย จะสังเกตได้ง่ายคือ ถ้ารถใช้หัวเทียนจะเป็นรถเบนซิน

ข้อดีของรถยนต์เบนซิน

อะไหล่ต่าง ๆ ของเครื่องยนต์มีราคาถูกหาซื้อง่าย
การเร่งความเร็วทำได้ทันอกทันใจกว่ารถยนต์ดีเซล
การสตาร์ทเครื่องทำได้ง่ายกว่ารถยนต์ดีเซล
เครื่องยนต์ใหม่และมือสองมีราคาถูก
ข้อเสียของรถยนต์เบนซิน
การสึกหรอของเครื่องยนต์มีมาก อายุการใช้งานน้อย
น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพง
ทำให้เกิดมลภาวะ (ทำการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์)

รถยนต์ดีเซล

ส่วนใหญ่รถประเภทดีเซลจะเป็นรถที่เน้นในเรื่องของการบรรทุกเพราะจะมีแรงอึด มากกว่า เครื่องยนต์ก็มีความทนทานรับสภาวะหนัก ๆ ได้ไม่มีถอย ซึ่งรถยนต์เครื่องดีเซลจะใช้น้ำมันดีเซล หรือที่เรียกขานกันติดปากทั่วไปว่า ”โซล่า” ส่วนใหญ่รถยนต์ที่เป็นเครื่องดีเซลจะเป็นรถบรรทุก รถกระบะ การทำงานของรถยนต์จะใช้หัวฉีดและใช้แรงอัดเป็นการจุดระเบิด ฉะนั้นจึงไม่มีหัวทียนซึ่งจะแตกต่างจากรถยนต์เบนซิน

ข้อดีของรถยนต์ดีเซล

การเกิดมลภาวะน้อยกว่า (ถ้าเครื่องยนต์เกิดการเผาไหม้หมดจด)
การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่จุกจิก
เครื่องยนต์มีความทนทานมากกว่าเครื่องเบนซิน
น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซิน
การสึกหรอของเครื่องยนต์มีน้อย

ข้อดีของรถยนต์ดีเซล

การเร่งกำลังเครื่องยนต์ช้าไม่ทันใจ
การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ในชิ้นส่วนต่าง ๆ มีราคาแพง
เมื่อใช้นานเข้าจะสตาร์ทติดยาก ต้องใช้โช๊คช่วย
ทำให้เกิดมลภาวะเช่นเดียวกัน
แต่โดยทั่ว ๆ ไปการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งสองประเภทจะมีหลักคล้าย ๆ กัน แต่จะมีความแตกต่างกันบ้างในบางส่วนเท่านั้น
จุดไหนของเครื่องยนต์ที่ต้องดูแลรักษา จุดหลัก ๆ คงจะเป็นภายในห้องเครื่องยนต์ ซึ่งได้แบ่งเป็นจุดต่างๆ คือ

ระบบหล่อลื่น (การดูแลน้ำมันเครื่อง และใส้กรองน้ำมันเครื่อง)
แบตเตอรี่ (ระบบไฟฟ้า)
หม้อน้ำ (ระบบหล่อเย็น)
หม้อกรองและไส้กรองอากาศ
จานจ่ายและหัวเทียน (ระบบจุดระเบิด)
คอยล์และมอเตอร์สตาร์ท (ระบบสตาร์ท)
ฟิวส์และหลอดไฟ
ระบบเบรก
ระบบคลัตซ์และเกียร์
ล้อและยาง
ที่มา  http://bbznet.pukpik.com/